ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีทางอาชีวศึกษา สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ร่วมกับสมาคมศิษย์เก่าคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

Page Header

การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนผ่านระบบการจัดการมูค ร่วมกับเครื่องมือเสริมศักยภาพการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ รายวิชาการถ่ายภาพโฆษณา Development of Instructional Model via MOOC Management System with Potential Learning Tools to Enhance

สรกฤช มณีวรรณ

Abstract


การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนผ่านระบบการจัดการมูคร่วมกับเครื่องมือเสริม
ศักยภาพการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ รายวิชาการถ่ายภาพโฆษณา สาหรับนักศึกษาปริญญาตรี
2) ตรวจสอบความตรงของรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น
รูปแบบการวิจัยในครั้งนี้คือ การวิจัยเชิงพัฒนา แบ่งการวิจัยออกเป็น 3 ระยะ คือ 1) ระยะการพัฒนารูปแบบ 2) ระยะ
การตรวจสอบความตรงของรูปแบบ 3) ระยะการใช้รูปแบบ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2560 หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีการศึกษาและสื่อสารมวลชน ที่ได้จากวิธีการสุ่มอย่างง่าย
ด้วยการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สุ่มตัวเลขรหัสประจาตัวนักศึกษา จานวน 40 คน ระยะเวลาในการทดลอง 6 สัปดาห์
วิเคราะห์ข้อมูลด้วย ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) ผลการศึกษ าดังนี้ 1) รูปแบบการเรียนการ
สอนที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ คือ 1. วัตถุประสงค์การเรียนรู้ 2. เนื้อหา 3. บทบาทผู้สอน 4. บทบาทผู้ช่วย
สอน 5. บทบาทผู้เรียน ทั้งนี้เครื่องมือเสริมศักยภาพการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 3 เครื่องมือ คือ 1. ฐานช่วยเหลือ 2. ตัวแบบการ
เรียนรู้ 3. การชี้แนะ และขั้นตอนการเรียนรู้ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ 1. การนาเข้าสู่บทเรียน 2. การสอนเนื้อหา
3. การฝึกแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ และ 4. การสะท้อนและสรุปการเรียนรู้ 2) ผลการศึกษาความตรงของรูปแบบ
การเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นที่ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า รูปแบบการเรียนการสอนมีความตรงเป็นที่ยอมรับจาก
ผู้เชี่ยวชาญ (IOC = 0.95) 3) จากผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอน พบว่า คะแนนการทดสอบหลังเรียนของผู้เรียน
มีระดับคะแนนที่สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 คะแนนความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์
ของผู้เรียนที่เรียนด้วย รูปแบบการเรียนการสอนมีพัฒนาการที่สูงขึ้นทุกสัปดาห์ และผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบ
การเรียนการสอน อยู่ในระดับมาก (  = 4.13, S.D = 0.79) แสดงให้เห็นว่ารูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น
สามารถนาไปใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบการจัดการมูคร่วมกับการใช้เครื่องมือเสริมศักยภาพ
การเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ในการถ่ายภาพโฆษณาได้


Keywords


การแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์, การถ่ายภาพโฆษณา, เครื่องมือเสริมศักยภาพการเรียนรู้, ระบบการจัดการมูค

[1]
กองบริหารงานวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา, 2559, พิมพ์เขียว Thailand 4.0 : โมเดลขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน, กรุงเทพฯ.
[2]
โครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย, 2559, คู่มือ การพัฒนารายวิชา Thai MOOC, สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา, หน้า 2, 11.
[3]
จุลมณี สุระโยธิน, ชนินทร์ ฐิติเพชรกุล, ธิดา แซ่ชั้น, นิพนธ์ บริเวธานันท์, ภัคนันท์ ภัทรนาวิก, ปางลีลา บูรพาพิชิตภัย และสิริกัญญา มณีนิล, 2557, เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลเพื่อการวิจัย, นวัตกรรมการเรียนรู้ทักษะเทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21, 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557, หน้า 1.
[4]
วิภา เจริญภัณฑารักษ์, 2558, “MOOC: การศึกษาฟรีแบบเปิดในยุคดิจิทัล”, วารสารศึกษาศาสตร์ มสธ. , ปีที่ 8, ฉบับที่ 2, หน้า 4-5, 13-14.
[5]
The Partnership for 21st Century Skills, 2009, P21 Framework Definitions, [Online],

Available: https://goo.gl/9oF87a [2017, April 15].
[6]
เบญจวรรณ ถนอมชยธวัช, ผ่องศรี วาณิชย์ศุภวงศ์, วุฒิชัย เนียมเทศ และณัฐวิทย์ พจนตันติ, 2559, ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21: ความท้าทายใน การพัฒนานักศึกษา, [Online], Available: https://goo.gl/wsPKes [15 เมษายน 2560].
[7]
สิทธิชัย ชมพูพาทย์, 2554, การพัฒนาพฤติกรรมการเรียนการสอนเพื่อการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของครูและนักเรียนในโรงเรียนส่งเสริมนักเรียน ที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้ การวิจัยปฏิบัติการเชิงวิพากษ์, วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยศรี นครินทรวิโรฒ, หน้า 6-7.
[8]
กรมวิชาการ, 2541, เอกสารเสริมความรู้คณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา อันดับที่ 9 เรื่อง การแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์, พิมพ์ครั้งที่ 1, โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, กรุงเทพฯ, หน้า 8-9.
[9]
ธนรัตน์ แต้วัฒนา, สมยศ เจตน์เจริญรักษ์ และ ธีรพงษ์ วิริยานนท์, 2555, “ทฤษฎีการช่วยเสริมศักยภาพการเรียนรู้สาหรับการสนับสนุนผู้เรียน ในการเรียนรู้ออนไลน์”, วารสารวิชาการอุตสาหกรรมศึกษา, ปีที่ 6, ฉบับที่ 1, หน้า 4-5, 6, 7.
[10]
สริตา บัวเขียว, 2559, “Scaffolding...ช่วยเสริม สร้างการพัฒนาการเรียนรู้อย่างไร”, วารสารมนุษย์สังคมปริทัศน์, ปีที่ 18, ฉบับที่ 1, หน้า 10-11.
[11]
เอกชัย รักประยูร, 2556, การสร้างสื่อมัลติมีเดีย โดยใช้กระบวนการสอนแบบซินเนคติกส์ (Synectics) ผ่านเครื่องช่ายสังคม เรื่อง การถ่ายภาพเพื่อการโฆษณา สาหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี, วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการเรียนรู้และสื่อสารมวลชน คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและ
เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, หน้า 32.
[12]
ณัฐกร สงคราม, 2557, การถ่ายภาพ : เทคนิคและการนาไปใช้เพื่อการสื่อสาร, พิมพ์ครั้งที่ 1, สานักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ, หน้า คานา, 15, 151.
[13]
Rita, C.R. and Jame, D.K., 2007, Design and Development Research: Methods, Strategies and Issues Mahwah, Lawrence Erlbaum Associates, Publishers, Mahwah, pp. 67-72.
[14]
Krejcie, R.V. and Morgan, D.W., 1970, “Determining Sample Size for Research Activities”, Educational and Psychological Measurement, Vol. 30, pp. 607-610.
[15]
จารุมน หนูคง และ ณมน จีรังสุวรรณ, 2558, “การออกแบบรูปแบบการฝึกอบรมแบบผสมผสานร่วมกับการสอนแบบ MOOC เพื่อพัฒนาทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี สาหรับนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต”, วารสารวิชาการครุศาสตร์อุตสาหกรรมพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, ปีที่ 6, ฉบับที่ 1, หน้า 105.
[16]
25. วีรยุทธ มั่นกลาง, 2557, ผลของสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้บนเครือข่ายที่พัฒนาตามแนวคอนสตรัคติวิสต์เพื่อส่งเสริมการแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง คอมพิวเตอร์เบื้องต้น สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาลบ้านสามเหลี่ยม สังกัดเทศบาลนครขอนแก่น, วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, หน้า 30, 32.

Full Text: PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา จัดพิมพ์ปีละ 2 ฉบับ ระหว่างเดือนมกราคม - มิถุนายน และเดือนกรกฎาคม - ธันวาคม ทุกปี

ดำเนินการโดย
ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีทางอาชีวศึกษา สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
สนับสนุนการดำเนินการโดย
สมาคมศิษย์เก่าครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

http://vetrc.stri.kmutnb.ac.th 

ประเภทของบทความ
ขอบเขตการรับบทความลงพิมพ์ในสาขาอุตสาหกรรม พณิชยกรรม บริหารธุรกิจ เกษตรกรรมและประมง ศิลปหัตถกรรม คหกรรม
อุตสาหกรรมท่องเที่ยว เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทางการศึกษา อุตสาหกรรมศึกษา  เทคโนโลยีอุตสาหกรรม
การจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยี

การเตรียมบทความ

ดาวน์โหลดตัวอย่างการเตรียมบทความได้ที่นี่  http://vetrc.stri.kmutnb.ac.th/2018/JVTE2561.docx

 

วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา (ISSN 2229-1806)
ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีทางอาชีวศึกษา
สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
ได้รับการจัดอยู่ในวารสารฐานข้อมูล TCI กลุ่มที่ 2 สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
http://www.kmutt.ac.th/jif/public_html/Evaluation/NewJ/2561/News.html
ตามผลการพิจารณาคุณภาพวารสารที่ต้องการเข้าสู่ฐานข้อมูล TCI ประจำปี พ.ศ. 2561 (25 พ.ค.2561)
วารสารกลุ่มที่ 2 : วารสารที่ผ่านการรับรองคุณภาพของ TCI (จนถึง 31 ธันวาคม 2562) และอยู่ในฐานข้อมูล TCI